รีวิวหนัง: อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species

เรื่องย่อหนัง อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species

อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species เป็นเหตุการณ์ที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้ออกเดินทางไปตามหา ต้นชาละวัน พืชหายากชนิดหนึ่งที่พบซ่อนตัวอยู่บนเกาะน้ำกลางป่าลึก แต่พวกเขาต้องต้องเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์ในอดีตของชาวคณะแต่ละคน ท่ามกลางความลึกลับซับซ้อนที่ค่อย ๆ ทวีตัวขึ้นทุกขณะ และยิ่งร้ายไปกว่านั้นเมื่อทุกคนพบว่า บัดนี้พวกตนต้องตกอยู่ในอันตรายจากการเป็นเหยื่ออันโอชะของจระเข้ดึกดำบรรพ์

นี่คือผลงานล่าสุดของ “บอย-เจตนิพัทธ์ สาสิงห์” ที่เคยสร้างชื่อมาจาก ๔๐๐ นักรบ ขุนรองปลัดชู ที่หากว่าใครเคยดูงานชิ้นก่อนของเขา ก็น่าจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้เนิ่น ๆ เพราะแน่นอนว่ากลับมาอีกครั้งในหนนี้ มาตรฐานงานสร้างและทิศทางวิสัยทัศน์ที่มีออกมาในหนังเรื่องนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีพัฒนาการมากขึ้นสักเท่าไหร่ เผลอ ๆ อาจจะมีทิศทางที่ถอยหลังกลับลงคลองด้วยซ้ำ เพราะแต่ละจุดของหนังค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่

อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species

รีวิวหนัง อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species

บอกตามตรงว่า อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species เป็นหนังที่มีสูตรสำเร็จความเป็นหนังอสุรกายและเป็นหนังแนวเอาชีวิตรอดแบบเชย ๆ ที่เต็มไปด้วยโครงสร้างที่แสนจะล้าสมัยไปเกือบจะทุกองค์ประกอบ ที่ทำให้คนดูต้องเผลอคิดไปว่า นี่เรากำลังนั่งอยู่ในโรงหนังในปี 2545 หรือย้อนกลับไปสัก 20 ปีที่แล้วอยู่หรือเปล่า เพราะแก่นของหนังที่ถ่ายทอดออกมาไม่ต่างกับหนังผจญภัยในยุคนั้น ทั้งจังหวะและลีลาที่ชวนกุมขมับ

อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species มีบทหนังที่อยู่ในเซฟโซน ถึงจะมีวัตถุดิบค่อนข้างใช้ได้อยู่ แต่กลับถูกนำมาละเลงใส่แบบสะเปะสะปะไปหมด ซ้ำยังมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ชวนประหลาด เต็มไปด้วยรอยต่อที่สะดุดล้มหน้าขมำได้อยู่ตลอดเวลา บทจะผจญภัยก็ใส่มาดื้อ ๆ แต่จะตัดฉับไปโหมดซึ้งผสมโรแมนซ์ก็หยอดเข้ามาแบบไร้อารมณ์ โดยเฉพาะความพยายามยัดใส่โมเมนต์ขายจิ้นและความวายเข้ามาในหนังเรื่องนี้ กลายเป็นองค์ประกอบที่ดูตลกที่สุดในหนังเรื่องนี้แล้ว เพราะความที่ใส่เข้ามาแบบไม่ถูกที่ถูกเวลาเท่าที่ควร

อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species

แม้ว่าทีมนักแสดงที่เป็นดาวรุ่งรุ่นใหม่จะพยายามทำหน้าที่การแสดงของพวกเขาอย่างเต็มที่แล้ว แต่เพราะเนื้อหนังและบทที่โหวงเหวงเยอะไปหมด แม้ว่าจะช่วยแอคติ้งออกมาให้สมบูรณ์ยังไง ก็ไม่อาจจะช่วยประคองหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้เลย “ออกัส วชิรวิชญ์”, “ฟลุ๊ค ณธัช” และ “พลอย ศรนรินทร์” ทำการแสดงได้ดีตามมาตรฐานของพวกเขา แต่บทที่ไร้ซึ่งมิติและความซับซ้อนใด ๆ ทำให้มันออกมาค่อนข้างกลวงไปหมด

แต่กลับกลายเป็นว่าอีก 2 นักแสดงจากช่อง 7 อย่าง “บิว ณัฐพล” กับ “พีพี พัชญา” เหมือนจะเหมาะเจาะเข้ากับคาแรกเตอร์ในหนังเรื่องนี้ได้ดีกว่าอย่างน่ามหัศจรรย์ อาจจะเพราะว่า อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species มีบรรยากาศและโทนที่ออกแนวคล้าย ๆ กับละครบู๊ผจญภัยเข้าป่าสไตล์ช่องมากสีไปสักหน่อย ทำให้พวกเขาทั้งคู่ดูมีความเหมาะและเข้าถึงบทบาทในหนังเรื่องนี้ได้ดีกว่านักแสดงคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ค่อยเป็นเนื้อดีกับหนังเท่าไหร่

อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species

ทางด้านสเปเชียลเอ็กเฟกของ อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species อาจจะยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ถือว่าซีจีที่พวกเขาทุ่มทุนสร้างมาเป็นแรมปี ค่อนข้างตอบโจทย์ใช้ได้อยู่ มันคือซีจีเกรดด้วยกับงานละครทีวีทั่ว ๆ ไปที่พอดูได้ อาจจะไม่ได้เนี๊ยบ แต่ไม่ขี้เหร่จนต้องตำหนิ เพียงแต่การนำเสนอฉากเท่านี้ค่อนข้างใส่มาแบบเชย ๆ ที่มักจะทำออกมาเป็นฉากสโลว์โมชัน หรือแช่ภาพไว้นานกว่าปกติ ที่เป็นเทคนิคที่ล้าสมัยไปแล้ว

เพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างปั่นป่วนประสาทอยู่ไม่น้อย เป็นอีกองค์ประกอบของหนังที่ใส่เข้ามาแบบไร้กาละเทศะสุด ๆ เพราะพวกเขาหยอดเพลงเข้ามาแบบไม่คำนึงถึงภาพรวมของหนังเท่าไหร่ ใส่เข้ามาแบบละครไทยเป๊ะ เห็นจังหวะซีนรวมของนักแสดงก็เปิดเพลงเท่ ๆ พอเป็นมูทซึ้ง ๆ ก็ใส่เพลงช้าเข้ามา โดยที่เนื้อหากับจังหวะเพลงไม่ได้ช่วยบิ้วท์อารมณ์ให้กับคนดู แต่กลายเป็นส่วนที่ขัดอารมณ์มากกว่า

อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species

รายละเอียดหนัง อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species
  • ชื่อเรื่อง: อมตะพันธุ์สยอง || Immortal Species
  • ผู้กำกับ: เจตนิพัทธ์ สาสิงห์
  • ประเภท: ระทึกขวัญ || ผจญภัย
  • ความยาว: 94 นาที
  • นำแสดงโดย: ณธัช ศิริพงษ์ธร, วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์, พลอย ศรนรินทร์
  • กำหนดฉาย: 21 กันยายน 2023
ตัวอย่างหนัง อมตะพันธุ์สยอง Immortal Species